บทที่ 2 2 ยื่นมือเข้าช่วย
ในเมื่อบีมเลือกที่จะโยนความซื่อสัตย์ทิ้งไป เธอก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเก็บพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์นี้ไว้ให้เขาในวันแต่งงานอีกต่อไป!
แววตาที่เคยอ่อนหวานพลันแข็งกร้าวขึ้นทันตา พยาบาลสาวสูดหายใจเข้าเต็มปอด หยัดกายลุกขึ้นเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า นิ้วเรียวไล่หาชุดที่เธอไม่เคยคิดจะหยิบมาใส่ ก่อนจะเลือกเดรสสายเดี่ยวสีครีมตัวสั้นที่ปักกลิตเตอร์ระยิบระยับขึ้นมาสวมใส่ เรือนร่างสมส่วนที่เคยถูกซ่อนอยู่ใต้ชุดนศ.พยาบาลบัดนี้ดูเซ็กซี่จนน่ามอง คืนนี้เธอจะปล่อยใจ... จะเมาให้ลืมผู้ชายสารเลวคนนั้นให้สิ้นซาก!
ผับหรูใจกลางเมือง... สถานที่ซึ่งหญิงสาวไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้ามาเลยในชีวิต แต่ในค่ำคืนนี้ เธอเพียงต้องการปลดปล่อยร่างกายและหัวใจให้จมหายไปกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ อังคณาพาตัวเองขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้าของร้าน เลือกนั่งที่โต๊ะมุมอับสายตาที่สุดเพราะอยากอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ เพื่อคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา
ความตั้งใจในคืนนี้ต้องใช้ความใจกล้าอย่างถึงที่สุด... แผนการโง่เขลาที่อยากจะทำความรู้จักกับผู้ชายสักคนที่ดูดีและให้เกียรติเธอ เพียงเพราะอยากประชดประชัน อยากให้ 'บีม' ได้รับรู้และลิ้มรสชาติของการถูกคนรักหักหลังดูบ้าง
ทว่าอังคณาไม่รู้ตัวเลยว่า... บัดนี้เธอได้ตกเป็นเป้าสายตาคมกริบที่จับจ้องมาจากมุมมืด
'ภาคินทร์ ' วัย 34 ปี ศัลยแพทย์หนุ่มหล่อ มาดนิ่ง สุขุม เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว จริงจังกับชีวิต ไม่เคยปล่อยให้อะไรหลุดการควบคุม มักจะมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศที่ผับหรูของเพื่อนสนิทแห่งนี้เป็นประจำ โดยเฉพาะในยามที่เขาเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก หรือต้องใช้สมาธิอยู่ในห้องผ่าตัดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง และในคืนนี้ ร่างบอบบางที่นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงมุมอับสายตานั้น ก็ดึงดูดความสนใจของศัลยแพทย์หนุ่มไปโดยสิ้นเชิง
ในตอนแรก ภาคินทร์ตั้งใจเพียงว่าจะนั่งมองร่างบางเป็นอาหารสายตาเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เท่านั้น โดยไม่มีความคิดที่จะเข้าไปทักทายหรือทำความรู้จักให้เกินเลย
แต่แล้วคิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่น เมื่อภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัด ชายขี้เมาท่าทางไร้สติคนหนึ่งเดินสะเปะสะปะเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างเธอ แขนสกปรกนั้นเริ่มพยายามจะโอบไหล่และทำตัวรุ่มร่ามใส่ อังคณาผงะหนีด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด... แววตาคู่นั้นของเธอสั่นระริกจนทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ และสัญชาตญาณบางอย่างก็สั่งให้เขาไม่อาจทนนั่งดูอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป
“ไฮ คนสวย... ขอชนแก้วด้วยคนได้ไหมครับ” กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกพุ่งเข้ากระทบประสาทสัมผัสพร้อมกับน้ำเสียงน่ารำคาญ ชายแปลกหน้าเบียดกายเข้ามาใกล้จนอังคณาต้องขยับหนีด้วยความขยะแขยง แววตาของเธอไหวระริกด้วยความตื่นกลัว แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังพยายามเชิดหน้าเก็บอาการหวาดหวั่นเอาไว้
“ฉันไม่สะดวกค่ะ” เสียงหวานตวัดห้วนเพื่อตัดรำคาญ มือบางกำเข้าหากันแน่น... เธอไม่คิดเลยว่าผับหรูราคาแพงที่เธอคิดว่าปลอดภัยและน่าจะเต็มไปด้วยผู้ดี จะมีคนประเภทนี้ปะปนอยู่ด้วย ช่างเป็นค่ำคืนที่ไม่ได้ดั่งใจเธอเลยสักอย่างเดียว
ความคิดที่จะประชดรักพังทลายลงตั้งแต่งานยังไม่ทันเริ่ม... แค่เจอชายขี้เมาไร้สติเดินเข้ามาทัก อังคณาก็กลัวจนทำอะไรไม่ถูกและนึกอยากจะถอดใจกลับบ้านเสียให้พ้น ๆ ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะลุกหนี กลับมีสุภาพบุรุษคนหนึ่งก้าวเข้ามาช่วยไว้ได้ทันท่วงที
ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะประชิด ทำให้อังคณาถึงกับสมองว่างเปล่าและหลุดโฟกัสไปชั่วขณะ...
ภาคินทร์แทรกตัวเข้ามากั้นระหว่างหญิงสาวกับชายขี้เมาทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคนไร้มารยาทแล้วออกแรงบีบเบา ๆ ทว่าแฝงไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล จนคนเมาถึงกับส่งเสียงครางซี้ดด้วยความเจ็บปวดและเริ่มตื่นจากอาการมึนเมา
“ขอโทษนะครับ... โต๊ะนี้มีเจ้าของแล้ว” น้ำเสียงทุ้มนิ่งทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้น
“หึ... ขอโทษแล้วกัน เห็นนั่งอยู่คนเดียวตั้งนาน นึกว่าไม่มีใคร” ชายขี้เมาสบถทิ้งท้ายอย่างหัวเสีย ก่อนจะยอมล่าถอยและเดินหายเข้าไปในฝูงชน
เมื่อความวุ่นวายจบลง ภาคินทร์จึงค่อย ๆ ปล่อยมือ เขาลดสายตาลงมองหญิงสาวร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้า ทันทีที่เขาหันกลับมา อังคณาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบเสียงลง แววตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและสำรวจรอยสั่นเครือบนดวงหน้าหวานด้วยความใส่ใจ
“ขอบคุณนะคะที่ช่วย...” อังคณาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกขวัญที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา ก่อนจะเอ่ยขอบคุณชายแปลกหน้าตรงหน้าด้วยความจริงใจ
“มานั่งคนเดียวในที่แบบนี้อันตรายนะครับ... ยิ่งเป็นคนสวย ๆ แบบคุณด้วยแล้ว” ภาคินทร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา นัยน์ตาคมทอดมองเธอด้วยความเอ็นดูและห่วงใย
“ฉันไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยค่ะ” หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ ยอมรับในความไร้เดียงสาต่อโลกกลางคืนของตัวเอง
“พอดีผมก็มาคนเดียวเหมือนกัน... ถ้าไม่รังเกียจ ขอนั่งเป็นเพื่อนคุณได้ไหมครับ” ศัลยแพทย์หนุ่มถือโอกาสเสนอตัวอย่างสุภาพทว่าแฝงความนัย
แสงไฟสลัวของร้านที่ตกกระทบลงบนดวงหน้าหวานยิ่งขับเน้นความงดงามหมดจดจนภาคินทร์ไม่อาจละสายตา ยิ่งได้มองใกล้ ๆ ความรู้สึกดึงดูดใจก็ยิ่งทวีคูณจนศัลยแพทย์หนุ่มตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที
นัยน์ตาคมกริบเลื่อนลงมาจับจ้องที่ริมฝีปากอิ่มระเรื่อเพื่อเฝ้ารอคำตอบอย่างตั้งใจ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของเขาจะยังคงดูสุขุม เยือกเย็น และน่าค้นหา ทว่าในความเป็นจริง... อัตราการเต้นของหัวใจคุณหมอหนุ่มกลับรัวกระหน่ำและเต้นระส่ำจนแทบควบคุมไม่อยู่
“ก็ได้ค่ะ... จากที่คุณช่วยฉันไว้เมื่อครู่ ฉันคิดว่าคุณน่าจะเป็นคนดี”
